ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สารัททชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
122

สารัททชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สารัททชาดก

ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ป่าเขียวขจี และสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต ผู้คนต่างอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้ามหาปชาบดี ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทว่าในความสงบร่มเย็นนั้นเอง มีป่าอันห่างไกลออกไปทางทิศเหนือแห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าดุร้ายนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สารัททะ" ยักษ์ตนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ผิวกายดำคล้ำราวถ่านเพลิง ดวงตาแดงก่ำดุจไฟนรก เขี้ยวเล็บแหลมคมราวใบมีด เป็นที่หวาดหวั่นพรั่นพรึงของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง

สารัททะนั้นมิใช่ยักษ์ธรรมดา มันมีฤทธิ์เดชมาก สามารถแปลงกายได้ดั่งใจนึก และมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ชอบออกล่ามนุษย์เป็นอาหาร วันคืนล่วงผ่านไป สารัททะก็ยิ่งทวีความอาฆาตแค้นต่อมนุษย์มากขึ้นทุกวัน เพราะเชื่อว่ามนุษย์เป็นผู้ที่ทำให้มันต้องพลัดพรากจากครอบครัวและต้องมาอาศัยอยู่ในป่าอันโดดเดี่ยวแห่งนี้

วันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ทรงระลึกชาติได้ว่า ในอดีตชาติอันยาวนาน พระองค์เคยเป็น "อุเทนกุมาร" พระโอรสของพระเจ้ามคธ ซึ่งทรงมีเมตตาธรรมสูงส่ง ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรดุจบุตรธิดาของตนเอง แต่ในชาตินั้น พระองค์ได้กระทำการผิดพลาดบางประการที่นำไปสู่ความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งพระองค์ทรงตระหนักได้ทันทีและทรงเสียใจเป็นอันมาก

พระโพธิสัตว์ทรงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่พระองค์จะต้องชดใช้กรรมที่เคยทำไว้ จึงทรงตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังป่าอันเป็นที่อยู่ของสารัททะ เพื่อจะปราบยักษ์ตนนั้นด้วยธรรมะแห่งความเมตตาและสติปัญญา

เมื่อพระองค์เสด็จถึงชายป่า พระองค์ก็ทรงสวมชุดนักบวชสีหงส์ ตักบาตรข้าวเปลือกอย่างละ 7 ทัพพี แล้วเสด็จเข้าป่าไปอย่างไม่เกรงกลัว ระหว่างทาง พระองค์ก็ได้ทรงพบกับ "กุมารสารัททะ" ยักษ์ตนหนึ่งที่แปลงกายมาเป็นชายหนุ่มรูปงาม ดวงตาคมปลาบ เส้นผมดำขลับ ร่างกายกำยำราวกับนักรบ

"ท่านมาจากไหน เหตุใดจึงกล้าเดินทางเข้ามาในป่าแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของสารัททะ ยักษ์ผู้เหี้ยมโหด?" กุมารสารัททะถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

"อาตมาเป็นนักบวชผู้แสวงหาธรรม หวังจะมาโปรดสัตว์ผู้หลงผิด" พระโพธิสัตว์ตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

"โปรดสัตว์ผู้หลงผิด? ฮ่าๆๆ ท่านคิดว่าท่านจะทำเช่นนั้นได้จริงหรือ? ข้าบอกเจ้าเลยว่า สารัททะมันโหดเหี้ยมยิ่งกว่าสัตว์ร้ายใดๆ ในป่านี้ มันไม่เคยมีความปรานีต่อมนุษย์แม้แต่น้อย" กุมารสารัททะหัวเราะเสียงดัง

"ความเมตตาเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แม้แต่สัตว์ร้ายก็ย่อมมีหัวใจ และหัวใจทุกดวงย่อมตอบสนองต่อความดีงามได้" พระโพธิสัตว์กล่าว

กุมารสารัททะเห็นท่าทีอันสงบนิ่งและแน่วแน่ของพระโพธิสัตว์ก็รู้สึกทึ่ง แต่ก็ยังคงความระแวงสงสัย

"ดี! ถ้าเช่นนั้น จงไปพิสูจน์ด้วยตนเองเถิด หากเจ้ายังไม่ตายเมื่อพบกับสารัททะ ข้าจะยอมรับในความสามารถของท่าน" กุมารสารัททะกล่าว แล้วก็หายตัวไปในหมู่แมกไม้

พระโพธิสัตว์ทรงดำเนินลึกเข้าไปในป่า ทรงเห็นรอยเท้าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ประทับอยู่บนพื้นดินเป็นระยะๆ ทรงได้ยินเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านกิ่งไม้ และเสียงร้องของสัตว์ป่าที่ดูเหมือนจะกำลังหวาดกลัว

ไม่นานนัก พระองค์ก็ทรงได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งดังใกล้เข้ามา เสียงนั้นดังราวกับฟ้าร้องและแผ่นดินกำลังจะแยกออกจากกัน

ทันใดนั้นเอง ร่างของสารัททะยักษ์ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพระโพธิสัตว์

สารัททะมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าต้นไม้เสียอีก ผิวกายดำขลับราวกับถ่านที่เพิ่งดับ ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ยังคุกรุ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ปลายผมเป็นเปลวไฟลุกโชน เขี้ยวเล็บแหลมคมราวใบมีด ปากกว้างใหญ่จนเห็นถึงลำคอ

"เจ้ามนุษย์โง่เง่า! กล้าดียังไงถึงเข้ามาในถิ่นของข้า! เจ้าคงอยากจะลิ้มรสชาติแห่งความตายสินะ!" สารัททะคำรามเสียงดังราวกับฟ้าผ่า

พระโพธิสัตว์ทรงยืนนิ่งอยู่ ณ ที่เดิม ทรงไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย

"สารัททะเอ๋ย อาตมาไม่ได้มาเพื่อหาความตาย แต่มาเพื่อนำความสงบสุขมาสู่เจ้า" พระโพธิสัตว์ตรัสด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

สารัททะหัวเราะก้องป่า เสียงหัวเราะของมันช่างน่าสะพรึงกลัว

"ความสงบสุข? ฮ่าๆๆ ความสงบสุขเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก! มนุษย์มันเป็นผู้ที่ทำให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดชีวิต!" สารัททะกล่าวด้วยความโกรธแค้น

"เหตุใดเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น? จงบอกความในใจของเจ้ามาเถิด" พระโพธิสัตว์ทรงเชื้อเชิญ

สารัททะมองพระโพธิสัตว์ด้วยความแปลกใจ มันไม่เคยมีใครกล้ามาถามไถ่เรื่องราวของมันเช่นนี้มาก่อน

"เมื่อครั้งที่ข้ายังเป็นเด็ก ข้าอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่ง เหล่ามนุษย์ก็เข้ามาทำลายป่า ตัดต้นไม้และล่าสัตว์ พวกเขาจับพ่อแม่ของข้าไป ข้าต้องหนีเอาชีวิตรอด และต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในป่าแห่งนี้เพียงลำพัง!" สารัททะเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

พระโพธิสัตว์ทรงฟังเรื่องราวของสารัททะด้วยความสงสาร

"อาตมาเข้าใจความทุกข์ของเจ้าดี สารัททะ แต่การแก้แค้นด้วยการทำร้ายผู้อื่นนั้น หาใช่หนทางแห่งความสุขไม่ มันมีแต่จะสร้างความทุกข์ให้กับทั้งเจ้าและผู้อื่นให้มากขึ้นไปอีก" พระโพธิสัตว์กล่าว

"แล้วข้าควรจะทำอย่างไรเล่า! เมื่อมนุษย์ทำร้ายข้า ข้าก็ต้องทำร้ายพวกเขากลับ! นี่คือวิถีแห่งธรรมชาติ!" สารัททะเถียง

"วิถีแห่งธรรมะย่อมแตกต่างออกไป การให้อภัย การเมตตา และการเสียสละ คือหนทางที่จะนำมาซึ่งสันติสุขที่แท้จริง" พระโพธิสัตว์ตรัส

พระโพธิสัตว์ทรงหยิบข้าวเปลือก 7 ทัพพีที่นำติดตัวมาออกมาวางไว้เบื้องหน้าสารัททะ

"นี่คือข้าวเปลือกแห่งมิตรภาพ จงรับไว้ด้วยเถิด" พระโพธิสัตว์กล่าว

สารัททะมองข้าวเปลือกด้วยความสงสัย มันไม่เคยได้รับสิ่งใดจากมนุษย์ นอกจากความเกลียดชังและการทำร้าย

"นี่คืออะไร?" สารัททะถาม

"นี่คือข้าวเปลือกแห่งความปรารถนาดี จงรับไว้ และจงจำไว้ว่า โลกนี้ไม่ได้มีแต่ความมืดมน ยังมีแสงสว่างแห่งความดีงามอยู่เสมอ" พระโพธิสัตว์ตอบ

สารัททะค่อยๆ ยื่นมืออันใหญ่โตของมันออกมาหยิบข้าวเปลือกไปทีละเม็ด เมื่อข้าวเปลือกสัมผัสกับมือของมัน มันรู้สึกถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยนที่แผ่ซ่านเข้ามา

ทันใดนั้นเอง ร่างกายของสารัททะก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ผิวสีดำคล้ำค่อยๆ จางลง เปลี่ยนเป็นสีผิวที่อ่อนโยน ดวงตาแดงก่ำกลับกลายเป็นดวงตาที่ใสบริสุทธิ์ เขี้ยวเล็บแหลมคมก็ค่อยๆ หายไป

ไม่นานนัก สารัททะก็กลับกลายสภาพเป็นมนุษย์หนุ่มรูปงามราวกับเทพบุตร

เมื่อสารัททะกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ มันก็รู้สึกถึงความโล่งอกและความเบาสบายที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันมองพระโพธิสัตว์ด้วยความเคารพและซาบซึ้ง

"ท่าน... ท่านช่วยข้าได้อย่างไร?" สารัททะถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ด้วยพลังแห่งเมตตาธรรมและความเสียสละ" พระโพธิสัตว์ตรัส

สารัททะก้มลงกราบพระโพธิสัตว์

"ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอย่างสุดซึ้ง ท่านได้ปลดปล่อยข้าพเจ้าจากความทุกข์ทรมานทั้งปวง ข้าพเจ้าขอสาบานว่าจะไม่ทำร้ายมนุษย์อีกต่อไป และจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น" สารัททะกล่าว

พระโพธิสัตว์ทรงแย้มสรวล

"ดีแล้วสารัททะ จงรักษาคำสาบานของเจ้าไว้ และจงดำเนินชีวิตด้วยความดีงาม" พระโพธิสัตว์ตรัส

หลังจากนั้น สารัททะก็ได้กลับคืนสู่สังคมมนุษย์ และได้กลายเป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง

พระโพธิสัตว์ทรงเดินทางกลับไปยังเมืองมคธ ทรงสั่งสอนประชาชนให้ประพฤติธรรม และทรงนำความสงบสุขมาสู่แว่นแคว้น

คติธรรม

ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ

เมตตาบารมี

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความเมตตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด สามารถเอาชนะความโกรธ ความเกลียดชัง และความอาฆาตแค้นได้ การให้อภัยและการเสียสละ ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง

บารมีที่บำเพ็ญ: เมตตาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

อัมพชาดก
530มหานิบาต

อัมพชาดก

อัมพชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง เสวยพระชาติเป็นมนุษย์ผู้มีจ...

💡 การตระหนี่ถี่เหนียวจะนำมาซึ่งความทุกข์ยากและหายนะ การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การให้ที่แท้จริงคือการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์

มหาปทุมชาดก
247ทุกนิบาต

มหาปทุมชาดก

มหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันไพศาล มีนครอันงดงามนามว่า มิถิลา นครแห่งนี้รุ่งเรืองด้ว...

💡 ความเมตตาและการให้อภัยสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่แข็งกระด้างและนำพามาซึ่งความสงบสุขได้

กุมภชาดก
168ทุกนิบาต

กุมภชาดก

กุมภชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีเมืองที่รุ่งเรืองนามว่า "โกสัมพ...

💡 ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ การมีสติปัญญาและความรอบคอบย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเมตตาธรรม ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.

สาขชาดก
277ติกนิบาต

สาขชาดก

สาขชาดก ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า “เวสาลี” ในเมืองนี้มีบุรุษผู้หนึ่ง เป็นพ่อค้าผู...

💡 ความตระหนี่นำมาซึ่งความทุกข์ การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศลที่จะช่วยให้พ้นจากความทุกข์

สัญชัยชาดก
199ทุกนิบาต

สัญชัยชาดก

สัญชัยชาดกนานมาแล้ว ในเมืองสาวัตถี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็น 'สัญชัย' พราหมณ์ผู้มีบุตรชาย 2 คน ...

💡 ความดีที่แท้จริง มาจากการกระทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรม หรือการยึดติดในประเพณีที่ผิด

สุริยโชตรชาดก
217ทุกนิบาต

สุริยโชตรชาดก

สุริยโชตรชาดก ณ กรุงพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี นครที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ประชาชนล้วน...

💡 การมีปัญญาญาณอันประเสริฐ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน. การทุจริตคดโกงและการโกหกย่อมนำมาซึ่งความวิบัติฉิบหาย.

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว